คู่มือความปลอดภัยบัญชี

เปิดการยืนยันตัวตน 2 ขั้นตอน (2-Step Verification)

สำหรับนักศึกษา อาจารย์ และบุคลากร ที่ใช้บัญชี @rumail.ru.ac.th (Google Workspace for Education)

ทำไมต้องเปิด

การยืนยันตัวตน 2 ขั้นตอน คือ นอกจากรหัสผ่านแล้ว ทุกครั้งที่ลงชื่อเข้าใช้จากเครื่องใหม่ ต้องยืนยันด้วยโทรศัพท์ของคุณอีกขั้น ถ้ารหัสผ่านหลุดไป คนอื่นก็ยังเข้าบัญชีไม่ได้

ป้องกันบัญชีถูกขโมยแม้รหัสผ่านรั่วจากเว็บอื่นหรือถูกหลอกให้กรอก ก็ยังต้องผ่านโทรศัพท์ของคุณ
ปกป้องงานและไฟล์อีเมล ไฟล์ใน Drive งานใน Classroom และเอกสารของหน่วยงานไม่ถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต
รู้ทันทีเมื่อมีคนพยายามเข้าถ้ามีคนลองลงชื่อเข้าด้วยรหัสผ่านของคุณ โทรศัพท์จะได้รับการแจ้งเตือน

ขั้นตอนการเปิด

บัญชี @rumail.ru.ac.th และรหัสผ่าน โทรศัพท์มือถือ ประมาณ 5 นาที

ชื่อเมนูบนหน้าจอ Google แสดงตามภาษาที่ตั้งไว้ในบัญชี คู่มือนี้จึงใส่ทั้งชื่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

  1. เข้าหน้าจัดการบัญชี Google

    เปิด Gmail ของบัญชี @rumail.ru.ac.th กดรูปโปรไฟล์มุมขวาบน ตรวจว่าบัญชีที่แสดงด้านบนเป็นบัญชี @rumail.ru.ac.th (มีข้อความ “Managed by rumail.ru.ac.th”) แล้วกด จัดการบัญชี Google ของคุณ Manage your Google Account

    หรือเปิด myaccount.google.com โดยตรง ถ้าในเบราว์เซอร์มีหลายบัญชี ให้เลือกบัญชี @rumail.ru.ac.th ไม่ใช่ Gmail ส่วนตัว

    เมนูบัญชีใน Gmail: กดรูปโปรไฟล์มุมขวาบน แล้วกด Manage your Google Account
    ภาพหน้าจอจริง ลูกศรบน: รูปโปรไฟล์ · ลูกศรล่าง: Manage your Google Account (เบลอข้อมูลส่วนตัวแล้ว)
  2. เปิดเมนูการยืนยันแบบ 2 ขั้นตอน

    ที่เมนูด้านซ้าย กดเมนูรูปแม่กุญแจ Security & sign-in ความปลอดภัยและการลงชื่อเข้าใช้ แล้วเลื่อนลงไปที่ส่วน How you sign in to Google วิธีที่คุณลงชื่อเข้าใช้ Google และกด 2-Step Verification การยืนยันแบบ 2 ขั้นตอน

    หรือเปิดลิงก์ตรง myaccount.google.com/signinoptions/twosv

    เมนูด้านซ้ายของบัญชี Google มีกรอบแดงที่เมนู Security & sign-in
    กดเมนู Security & sign-in (กรอบแดง)
    ส่วน How you sign in to Google รายการ 2-Step Verification สถานะ On since Oct 9, 2020
    กดรายการ 2-Step Verification ถ้าเปิดอยู่แล้วจะขึ้นป้ายสีเขียว “On since …” แปลว่าไม่ต้องทำขั้นที่ 3 ข้ามไปขั้นที่ 4 ได้เลย
  3. กดเปิดใช้งาน

    กดปุ่ม เปิดการยืนยันแบบ 2 ขั้นตอน Turn on 2-Step Verification ระบบอาจให้กรอกรหัสผ่านอีกครั้งเพื่อยืนยันว่าเป็นเจ้าของบัญชี

    ภาพจำลอง ในภาษาอังกฤษปุ่มชื่อ Turn on 2-Step Verification
  4. เลือกวิธียืนยันขั้นที่สอง

    ในส่วน Second steps ขั้นตอนที่สอง จะมีรายการวิธียืนยัน กดรายการที่มีเครื่องหมายสีส้ม เพื่อเพิ่มวิธีนั้น แนะนำให้ตั้งอย่างน้อย 2 วิธี เช่น Google prompt และ Authenticator ดูข้อดีแต่ละวิธีได้ที่ วิธียืนยันแบบไหนดี

    ส่วน Second steps มีรายการ Passkeys and security keys, Google prompt, Authenticator, Phone number และ Backup codes
    ภาพหน้าจอจริง เครื่องหมายสีเขียว = ตั้งแล้ว · สีส้ม = ยังไม่ได้ตั้ง กดเพื่อเพิ่ม (เบลอเบอร์โทรศัพท์แล้ว)

    เมื่อมีการลงชื่อเข้าจากเครื่องใหม่ โทรศัพท์จะแสดงหน้าจอแบบนี้:

    ภาพจำลอง แจ้งเตือนจาก Google และแอป Authenticator ใช้วิธีใดก็ได้ (รหัสในภาพเป็นตัวอย่าง)
  5. เก็บรหัสสำรอง (Backup codes)

    ในหน้าเดียวกัน กดรายการ Backup codes รหัสสำรอง (ในภาพขั้นที่ 4 คือแถวล่างสุด “Get backup codes”) แล้วกดสร้างรหัส จะได้รหัส 10 ชุด แต่ละชุดใช้ได้ครั้งเดียว ใช้เข้าบัญชีตอนโทรศัพท์หายหรือไม่มีสัญญาณ

    ดาวน์โหลดหรือพิมพ์เก็บไว้ในที่ปลอดภัย ห้ามเก็บไว้ในอีเมลหรือ Drive ของบัญชีเดียวกัน เพราะถ้าเข้าบัญชีไม่ได้ ก็จะเปิดรหัสสำรองไม่ได้ด้วย

    ภาพจำลอง รหัสในภาพเป็นตัวอย่าง ไม่ใช่รหัสจริง
  6. ทดสอบ

    ออกจากระบบ แล้วลงชื่อเข้าใช้อีกครั้ง หลังกรอกรหัสผ่าน ระบบจะถามขั้นตอนที่สอง ถ้าผ่านได้ แปลว่าตั้งค่าเรียบร้อยแล้ว

    บนคอมพิวเตอร์ส่วนตัว เลือกไม่ต้องถามอีกในเครื่องนี้ได้ แต่ห้ามเลือกบนคอมพิวเตอร์ส่วนกลาง เช่น ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์หรือห้องสมุด

    ภาพจำลอง ถ้าใช้คอมพิวเตอร์ส่วนกลาง ห้ามติ๊กช่อง “ไม่ต้องถามอีก”

วิธียืนยันแบบไหนดี

แนะนำ แจ้งเตือนจาก Google (Google prompts) โทรศัพท์ที่ลงชื่อเข้าแอป Gmail หรือแอป Google ด้วยบัญชีนี้ไว้ จะเด้งถามว่า “ใช่คุณหรือไม่” กดยืนยันได้เลย ไม่ต้องพิมพ์รหัส
แนะนำ แอปยืนยันตัวตน (Authenticator) เช่น Google Authenticator หรือ Microsoft Authenticator สแกน QR ครั้งเดียว แล้วแอปจะสร้างรหัส 6 หลักให้ ใช้ได้แม้ไม่มีอินเทอร์เน็ต
ใช้เป็นวิธีสำรอง หมายเลขโทรศัพท์ (SMS / โทร) รับรหัสทาง SMS หรือสายโทรเข้า สะดวก แต่ถ้าเปลี่ยนเบอร์หรือซิมหาย จะใช้ไม่ได้ ควรมีวิธีอื่นด้วย
ต้องเก็บไว้เสมอ รหัสสำรอง (Backup codes) รหัส 10 ชุดสำหรับกรณีฉุกเฉิน เช่น โทรศัพท์หาย ใช้ได้ชุดละครั้ง สร้างชุดใหม่ได้ตลอด ชุดเก่าจะใช้ไม่ได้ทันที

สำหรับอีเมลกลางของหน่วยงาน

อีเมลกลางมีผู้ใช้หลายคนได้ แต่การยืนยันขั้นที่สองผูกกับโทรศัพท์ จึงต้องมีผู้รับผิดชอบหลักเพียง 1 คน ตามที่ลงทะเบียนไว้ใน ทำเนียบอีเมลกลางหน่วยงาน ถ้าหลายคนใช้โทรศัพท์ของตัวเองยืนยันในบัญชีเดียวกัน จะยืนยันไม่ผ่านหรือคนอื่นเข้าบัญชีไม่ได้

  • ตั้งการยืนยันขั้นที่สองด้วยโทรศัพท์หรือแอปของผู้รับผิดชอบหลัก
  • พิมพ์รหัสสำรองเก็บในที่ปลอดภัยของหน่วยงาน เช่น ตู้เอกสารที่ล็อกได้ ให้หัวหน้าหน่วยงานรู้ที่เก็บ
  • เมื่อเปลี่ยนผู้รับผิดชอบ ผู้เดิมต้องลบโทรศัพท์และแอปของตนออก ผู้ใหม่ตั้งค่าของตนเอง สร้างรหัสสำรองชุดใหม่ แล้วแจ้งแก้ไขข้อมูลในทำเนียบ

ปัญหาที่พบบ่อย

โทรศัพท์หาย หรือเปลี่ยนเครื่องใหม่

ลงชื่อเข้าด้วยรหัสสำรอง (Backup code) ชุดใดชุดหนึ่ง แล้วไปที่หน้า 2-Step Verification เพื่อลบโทรศัพท์เครื่องเก่าและเพิ่มเครื่องใหม่ ถ้าใช้แอป Authenticator ต้องสแกน QR ใหม่ในเครื่องใหม่

ไม่มีรหัสสำรอง และเข้าบัญชีไม่ได้

ติดต่อสถาบันคอมพิวเตอร์ ผู้ดูแลระบบสามารถออกรหัสสำรองชั่วคราวให้ได้หลังยืนยันตัวตน เตรียมบัตรนักศึกษาหรือบัตรประจำตัวบุคลากรไว้

ลืมรหัสผ่าน

รีเซ็ตรหัสผ่านได้ที่ หน้ารีเซ็ตรหัสผ่านนักศึกษา หรือ หน้ารีเซ็ตรหัสผ่านบุคลากร เมื่อลงชื่อเข้าด้วยรหัสใหม่ ยังต้องยืนยันขั้นที่สองตามปกติ

ไม่เห็นเมนู 2-Step Verification

ตรวจว่าลงชื่อเข้าด้วยบัญชี @rumail.ru.ac.th ไม่ใช่ Gmail ส่วนตัว (ดูรูปโปรไฟล์มุมขวาบน) ถ้ายังไม่เห็น ให้ติดต่อสถาบันคอมพิวเตอร์

ได้รับรหัสหรือการแจ้งเตือน ทั้งที่ไม่ได้ลงชื่อเข้า

แปลว่ามีคนรู้รหัสผ่านของคุณและพยายามเข้าบัญชี ห้ามกดยืนยัน และห้ามบอกรหัสให้ใคร แล้วเปลี่ยนรหัสผ่านทันที

มีคนโทรหรือส่งข้อความมาขอรหัส 6 หลัก

เจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยจะไม่ขอรหัสยืนยันหรือรหัสผ่านจากคุณทุกกรณี ผู้ที่ขอคือมิจฉาชีพ อย่าให้รหัสเด็ดขาด

สอบถามเพิ่มเติม สถาบันคอมพิวเตอร์ โทร 02-310-8845 · facebook.com/prcomputer.ru